นพดล ดวงพร
รับบท หลวงพ่อโล่ห์
พระนักพัฒนาผู้มีจิตเมตตาและศรัทธาแรงกล้า ที่เลี้ยงดูคานมาตั้งแต่เล็ก เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในหมู่บ้าน

Mekhong Full Moon Party
15 ค่ำ เดือน 11 เป็นภาพยนตร์ไทยแนวดราม่า-ลี้ลับ ถ่ายทอดเรื่องราวของความเชื่อและความศรัทธาผ่านปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคริมฝั่งแม่น้ำโขง ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นผลงานการกำกับภาพยนตร์เรื่องแรกของ จิระ มะลิกุลและสามารถคว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเวทีสุพรรณหงส์ได้สำเร็จ ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ไทยที่ทรงคุณค่าที่สุดแห่งยุค
เข้าฉาย
11 ต.ค. 2545
ผู้กำกับ
จิระ มะลิกุล
รางวัล
สุพรรณหงส์
แรงบันดาลใจ
บั้งไฟพญานาค
🎬 ผลงานกำกับเรื่องแรกของ จิระ มะลิกุล – 15 ค่ำ เดือน 11 เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่ จิระ มะลิกุล กำกับ โดยใช้เวลาค้นคว้าและเขียนบทร่วมกับ ยงยุทธ ทองกองทุน และ ประเสริฐ วิวัฒนานนท์พงษ์ กว่า 1 ปี จนได้บทที่ทรงพลัง ถ่ายทอดความขัดแย้งระหว่าง วิทยาศาสตร์กับความเชื่อได้อย่างลึกซึ้งและงดงาม จนได้รับเลือกให้เป็นมรดกภาพยนตร์ของชาติ
ทุก ๆ ปี เมื่อถึงคืนวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 จะเกิดปรากฏการณ์ประหลาดที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ลูกไฟลึกลับนับร้อยนับพันพุ่งขึ้นจากลำน้ำขึ้นสู่ท้องฟ้า สร้างความอัศจรรย์ใจให้แก่ผู้พบเห็น ปรากฏการณ์นี้ถูกเรียกว่า “บั้งไฟพญานาค”เป็นที่มาของความเชื่อและศรัทธาของผู้คนในท้องถิ่นมาช้านาน แต่ไม่มีใครสามารถพิสูจน์ได้ว่าเกิดขึ้นจากอะไร ใครเป็นคนทำ และทำไปเพื่ออะไร
คาน (อนุชิต สพันธุ์พงษ์) เด็กหนุ่มที่ถูกหลวงพ่อโล่ห์ (นพดล ดวงพร) ชุบเลี้ยงมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย เติบโตขึ้นมาท่ามกลางความเชื่อเรื่องบั้งไฟพญานาค แต่เมื่อเขาได้ออกไปสู่โลกภายนอก ได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์และเหตุผล ความศรัทธาที่เคยมีก็เริ่มสั่นคลอน เขาตัดสินใจที่จะไม่เข้าร่วมพิธีกรรมในปีนี้ เพราะเชื่อว่าโลกที่แท้จริงภายนอกนั้นก้าวไกลเกินกว่าจะมานั่งหลอกคนแบบนี้ได้
แต่โลกที่คานพูดถึง กลับเป็นคนละโลกกับโลกของหลวงพ่อโล่ห์ โลกที่ความศรัทธายังคงเป็นปัจจัยสำคัญหล่อเลี้ยงให้ทุกชีวิตดำเนินต่อไป ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นไม่ได้หยุดอยู่แค่ความคิดของคนสองรุ่นที่เห็นไม่ตรงกัน แต่มันลุกลามไปถึงความขัดแย้งระหว่างขอบเขตของการทำสิ่งที่เชื่อว่าเป็นความดี กับการหลอกลวง ท่ามกลางความเชื่อและความจริงที่ดำเนินคู่ขนานกันไป คานต้องหาคำตอบให้กับชีวิตของตัวเอง ว่าสิ่งใดคือความจริง และสิ่งใดคือศรัทธาที่ควรค่าแก่การรักษาไว้
ทีมนักแสดงที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ถ่ายทอดอารมณ์อันลึกซึ้งของศรัทธาและความขัดแย้งภายในจิตใจ
รับบท หลวงพ่อโล่ห์
พระนักพัฒนาผู้มีจิตเมตตาและศรัทธาแรงกล้า ที่เลี้ยงดูคานมาตั้งแต่เล็ก เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในหมู่บ้าน
รับบท คาน
เด็กหนุ่มที่หลวงพ่อโล่ห์ชุบเลี้ยงมากับมือ ผู้ตั้งคำถามกับความเชื่อดั้งเดิม และต้องเผชิญกับความขัดแย้งระหว่างโลกแห่งวิทยาศาสตร์กับโลกแห่งศรัทธา
รับบท ครูอลิศ
ครูสาวผู้เดินทางมายังหมู่บ้านเพื่อทำวิจัย เธอเป็นตัวแทนของโลกภายนอกที่นำมุมมองใหม่ ๆ มาสู่ชุมชน
รับบท หมอนรติ
เพื่อนสนิทของคาน ผู้คอยเป็นกำลังใจและร่วมเผชิญเหตุการณ์ต่าง ๆ ในหมู่บ้าน
รับบท ป้าออง
ชาวบ้านผู้ยึดมั่นในความเชื่อเรื่องบั้งไฟพญานาค เป็นตัวแทนของศรัทธาที่ฝังรากลึกในชุมชนริมโขง
รับบท ดร.สุรพล
นักวิทยาศาสตร์ผู้พยายามหาคำอธิบายเชิงเหตุผลให้กับปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค สะท้อนมุมมองของโลกวัตถุวิสัย
รับบท ครูใหญ่
คุณครูใหญ่ประจำโรงเรียน ผู้มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมความเข้าใจระหว่างคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ในชุมชน
รับบท พระยอดสน
พระลูกวัดผู้ช่วยเหลือหลวงพ่อโล่ห์ในการดูแลชุมชน
รับบท ดร.กริช
นักวิชาการอีกท่านที่เข้ามาร่วมสำรวจปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค
หนึ่งในชาวบ้านริมฝั่งโขงผู้มีบทบาทในเรื่องราว
หนึ่งในชาวบ้านริมฝั่งโขงผู้มีบทบาทในเรื่องราว
รับบท จิ๋ม
เด็กสาวในหมู่บ้านที่เป็นเพื่อนกับคาน เติบโตมาพร้อมกับความเชื่อในท้องถิ่น
ผู้อำนวยการสร้าง ผู้มีส่วนร่วมผลักดันภาพยนตร์เรื่องนี้ให้เกิดขึ้น
นักแสดงสมทบผู้มีส่วนร่วมในภาพยนตร์
นักแสดงสมทบผู้มีส่วนร่วมในภาพยนตร์
15 ค่ำ เดือน 11 ได้รับการยอมรับจากทุกเวทีการประกวดภาพยนตร์ไทยอย่างเป็นเอกฉันท์
ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภาพยนตร์ของชาติ ครั้งที่ 2 (พ.ศ. 2555) โดยหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน)
ภาพยนตร์เรื่องแรกของ จิระ มะลิกุล ที่แสดงให้เห็นถึงฝีมือการกำกับอันยอดเยี่ยม ใช้เวลาค้นคว้านานกว่า 1 ปี
ได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 70 สุดยอดภาพยนตร์ไทยในสมัยรัชกาลที่ 9 จัดโดยกระทรวงวัฒนธรรมและสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ
ภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดตำนานความเชื่อท้องถิ่นของไทยให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง สะท้อนภูมิปัญญาและวัฒนธรรมอีสาน
บั้งไฟพญานาค (ก่อนปี พ.ศ. 2529 เรียกว่า “บั้งไฟผี”) เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นช่วงวันออกพรรษาทุกปี ณ ริมฝั่งแม่น้ำโขง มีลักษณะเป็นลูกกลมเรืองแสงลอยขึ้นจากน้ำขึ้นไปในอากาศ ยังคงเป็นปริศนาที่ยังหาข้อสรุปทางวิทยาศาสตร์ไม่ได้แน่ชัด
ทีมงานสร้างเลือกใช้นักแสดงหน้าใหม่ที่ไม่เคยผ่านงานแสดงภาพยนตร์มาก่อน โดยเดินทางไปคัดเลือกนักแสดงระหว่างกรุงเทพฯ และจังหวัดในภาคอีสาน เพื่อให้ได้ความเป็นธรรมชาติและสมจริงที่สุด
จิระ มะลิกุล ใช้เวลากว่า 1 ปี ในการเขียนบทภาพยนตร์เรื่องนี้ โดยเดินทางไปสัมผัสชุมชนริมฝั่งโขงจริง นำมาปรุงแต่งบทที่ลึกซึ้ง ก่อนนำไปให้ ยงยุทธ ทองกองทุน และ ประเสริฐ วิวัฒนานนท์พงษ์ อ่าน จนทั้งคู่เห็นพ้องว่าเป็นบทที่ดีมาก และตัดสินใจว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะเป็นภาพยนตร์เปิดตัวของหับ โห้ หิ้น ฟิล์ม กับจีเอ็มเอ็ม พิคเจอร์ส
ภาพยนตร์เรื่องนี้เคยถูกชาวหนองคายบางส่วนประท้วง โดยเรียกร้องไม่ให้ฉาย เนื่องจากเกรงว่าจะมีการบิดเบือนเนื้อหาเกี่ยวกับบั้งไฟพญานาค แต่จิระ มะลิกุล ได้เชิญชวนให้ชาวบ้านดูหนังทั้งเรื่องจนจบ ทำให้พวกเขาเข้าใจว่าเป็นภาพยนตร์ที่สร้างขึ้นด้วยความเคารพต่อความเชื่อ
การสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ประกอบด้วยทีมงานฝีมือเยี่ยมมากมาย เช่น สมบูรณ์ พิริยะภักดีกุล (กำกับภาพ), ปาน บุษบรรณ (ลำดับภาพ), มนตรี วัดละเอียด (ช่างแต่งหน้าเอฟเฟ็ก), ฐิติพล แฝงสีคำ (ช่างแต่งหน้า), เอกศิษฐ์ มีประเสริฐกุล (ออกแบบเครื่องแต่งกาย) และ เอก เอี่ยมชื่น (ออกแบบงานสร้าง) ซึ่งต่อมาทุกคนล้วนเป็นกำลังสำคัญของวงการภาพยนตร์ไทย
นพดล ดวงพร นักแสดงนำที่รับบท หลวงพ่อโล่ห์ สามารถคว้ารางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากทั้งเวทีสุพรรณหงส์และชมรมวิจารณ์บันเทิง ทั้งที่ 15 ค่ำ เดือน 11 เป็นผลงานการแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกของเขา
ในปี พ.ศ. 2558 ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 25 ภาพยนตร์ที่ได้ประกาศขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติ โดยหอภาพยนตร์แห่งชาติ เนื่องจากมีคุณค่าทางศิลปะและวัฒนธรรมสูง