โปสเตอร์ภาพยนตร์ แฟนฉัน My Girl
🎬 ภาพยนตร์ไทย👧 ย้อนวัย💕 โรแมนติก⭐ 137 ล้าน
พ.ศ. 2546

แฟนฉัน

My Girl

แฟนฉัน เป็นภาพยนตร์ไทยแนวย้อนวัย ผลงานการกำกับของกลุ่ม 365 ฟิล์ม 6 ผู้กำกับรุ่นใหม่ไฟแรงจากรั้วจุฬาฯ ที่ร่วมกันถ่ายทอดเรื่องราวมิตรภาพในวัยเด็กได้อย่างอบอุ่นและน่าประทับใจ ภาพยนตร์ทำรายได้สูงสุดแห่งปี 137 ล้านบาท และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ 3 บริษัท รวมตัวกันก่อตั้ง จีทีเอช (GTH) ในปีต่อมา

เข้าฉาย

3 ต.ค. 2546

รายได้

137 ล้านบาท

ผู้กำกับ

กลุ่ม 365 ฟิล์ม

จุดเริ่มต้น

GTH

🎬 จุดกำเนิดของ GTH – แฟนฉันไม่ใช่แค่ภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จ แต่ยังเป็น จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของวงการภาพยนตร์ไทย เมื่อ จีเอ็มเอ็ม พิคเจอร์ส, ไท เอ็นเตอร์เทนเมนต์ และ หับ โห้ หิ้น ฟิล์ม ได้ร่วมทุนกันอย่างเป็นทางการในชื่อ จีเอ็มเอ็ม ไท หับ (GTH) หลังจากภาพยนตร์เรื่องนี้

เรื่องย่อ

ภาพแห่งอดีต จริง ๆ แล้วมันไม่เคยจากไปไหน...มันอาจจะซุกอยู่ที่ซอกหนึ่ง ในลิ้นชักความทรงจำ

เรื่องราวในวัยเด็กของ เจี๊ยบ (ชาลี ไตรรัตน์) ที่มีเพื่อนสนิทคือ น้อยหน่า (โฟกัส จีระกุล) เด็กหญิงข้างบ้านที่เป็นเพื่อนเล่นด้วยกันมาตลอด แต่เด็กชายก็อยากมีเพื่อน ๆ ผู้ชาย และเล่นตามประสาเด็กชายบ้าง ทำให้เขาหันไปเข้ากับกลุ่มเด็กชายจอมซ่า ที่มี แจ๊ค (เฉลิมพล ทิฆัมพรธีรวงศ์) เป็นหัวโจก

การเข้ากับกลุ่มของแจ๊คกลับทำให้เจี๊ยบต้องเสียใจ และยังทำให้เพื่อนรักอย่างน้อยหน่าเสียใจ โดยไม่ตั้งใจ เหตุนี้ทำให้เจี๊ยบติดสอยห้อยตามน้อยหน่า และคลุกตัวอยู่กับเพื่อนผู้หญิง จนทำให้แก๊งเพื่อนผู้ชายยั่วเย้าให้หัวเสียอยู่บ่อย ๆ เมื่อเริ่มโต เจี๊ยบก็เริ่มอยากเที่ยวเล่นแบบเด็กผู้ชาย จึงพยายามพิสูจน์ตัวเองแม้จะทำให้พ่อแม่น้อยหน่าตัดผมกับพ่อน้องน้อยหน่า แต่จนแล้วจนรอด เจี๊ยบก็ยังไม่ได้ขอโทษสักที จนถึงวันที่น้อยหน่าต้องย้ายบ้านไปอยู่ที่อื่น

หลังจากย้ายบ้านไปเป็นเวลานาน เจี๊ยบได้กลับมาอีกครั้งเพื่อร่วมงานแต่งงานของน้อยหน่า ความทรงจำในวัยเด็กที่เคยเลือนราง กลับค่อย ๆ แจ่มชัดเหมือนเพิ่งผ่านไปเมื่อไม่กี่วันก่อน เจี๊ยบมองบ้านของเพื่อนรักเพื่อหาโอกาสกล่าวคำขอโทษ กระทั่งยอมมาตัดผมกับพ่อน้องน้อยหน่าที่ยังอยู่บ้านหลังเดิม แต่จนแล้วจนรอด เจี๊ยบก็ยังไม่ได้ขอโทษ จนถึงงานแต่งงานของน้อยหน่า เมื่อใดก็ตามที่ได้ยินเพลงอย่างนี้แว่วมา หรือเห็นรูปภาพสีเหลือง ๆ แดง ๆ เก่า ๆ ความทรงจำในครั้งนั้น ก็เหมือนถูกมือซน ๆ หยิบมันออกมาปลุกให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งหนึ่ง

นักแสดง

นักแสดงเด็กผู้สร้างตำนาน

ทีมนักแสดงเด็กที่ถ่ายทอดความเป็นธรรมชาติของมิตรภาพในวัยเด็กได้อย่างน่าประทับใจ

ชาลี ไตรรัตน์

รับบท เจี๊ยบ (ตอนเด็ก)

เด็กชายผู้มีเพื่อนสนิทคือน้อยหน่า ต้องเลือกระหว่างเพื่อนรักกับการเข้ากลุ่มเพื่อนผู้ชาย

โฟกัส จีระกุล

รับบท น้อยหน่า

เด็กหญิงข้างบ้าน เพื่อนสนิทของเจี๊ยบที่เล่นด้วยกันมาตลอด ต้องเสียใจเมื่อเจี๊ยบเปลี่ยนไป

เฉลิมพล ทิฆัมพรธีรวงศ์

รับบท แจ๊ค

หัวโจกของกลุ่มเด็กชายจอมซ่า ผู้ท้าการเข้ากลุ่มของเจี๊ยบ เป็นตัวละครที่ทำให้เจี๊ยบต้องเลือกระหว่างเพื่อน

ชวิน จิตรสมบูรณ์

รับบท เจี๊ยบ (ตอนโต)

เจี๊ยบในวัยผู้ใหญ่ที่กลับมาบ้านเกิดเพื่อร่วมงานแต่งงานของน้อยหน่า และรำลึกถึงความทรงจำในวัยเด็ก

วงศกร รัศมิทัต

รับบท พ่อเจี๊ยบ

คุณพ่อของเจี๊ยบ เจ้าของร้านตัดผมชาย ผู้มีบทบาทสำคัญในครอบครัว

อนุสรา จันทรังษี

รับบท แม่เจี๊ยบ

คุณแม่ของเจี๊ยบ ผู้คอยดูแลและเป็นกำลังใจให้ลูกชาย

ปรีชา ชนะภัย

รับบท พ่อน้อยหน่า

คุณพ่อของน้อยหน่า ครอบครัวที่ย้ายออกไป ทำให้เจี๊ยบและน้อยหน่าต้องจากกัน

นิภาวรรณ ทวีพรสวรรค์

รับบท แม่น้อยหน่า

คุณแม่ของน้อยหน่า ผู้ดูแลครอบครัวข้างบ้านของเจี๊ยบ

นักแสดงสมทบ-รับเชิญ

จิระ มะลิกุล

รับบท นายกสโมสรไลอ้อน

รับเชิญโดยผู้อยู่เบื้องหลังภาพยนตร์ แสดงเป็นนายกสโมสรในงานแต่งงาน

ประเสริฐ วิวัฒนานนท์พงษ์

รับบท หัวหน้าครอบครัวคนจีน

โปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ มาร่วมแสดงเป็นหัวหน้าครอบครัวคนจีน

ยงยุทธ ทองกองทุน

รับบท พ่อตี่

ผู้อยู่เบื้องหลังภาพยนตร์ มาร่วมแสดงรับเชิญในบทพ่อตี่

ธิดารัตน์ เจริญชัยชนะ

รับบท น้อยหน่า (ตอนโต)

น้อยหน่าในวัยผู้ใหญ่ ในฉากงานแต่งงานที่เจี๊ยบกลับมาร่วม

ขจรศักดิ์ นฤภัทร

รับบท เฮียข้างบ้าน

เพื่อนบ้านของครอบครัวเจี๊ยบ

อัญมณี สุขสันติ์

รับบท แม่บอย

หนึ่งในครอบครัวเพื่อนบ้านของเจี๊ยบ

อรพรรณ อาจสมรรถ

รับบท ครู

คุณครูประจำชั้นของเจี๊ยบและเพื่อน ๆ

จารุภัส ปัทมศิริ

รับบท นักร้องงานแต่ง

รับเชิญในฉากงานแต่งงานของน้อยหน่า

รสสุคนธ์ กองเกตุ

รับบท เพื่อนร่วมงานเจี๊ยบ

เพื่อนร่วมงานของเจี๊ยบในวัยผู้ใหญ่

วิชา จิตรารัชต์

รับบท เพื่อนร่วมงานเจี๊ยบ

เพื่อนร่วมงานอีกคนของเจี๊ยบในวัยผู้ใหญ่

สุวารี วรศิลป์

รับบท เก๋ง

หนึ่งในเพื่อนในกลุ่มของเจี๊ยบ

หทัยรัตน์ เจริญชัยชนะ

รับบท จุก

หนึ่งในเพื่อนในกลุ่มของเจี๊ยบ

รายละเอียดภาพยนตร์

ข้อมูลภาพยนตร์

ชื่อไทย
แฟนฉัน
ชื่ออังกฤษ
My Girl
แนว
ตลก, ดราม่า, โรแมนติก, ครอบครัว (Comedy / Drama / Romance / Family)
กำกับโดย
คมกฤษ ตรีวิมล, ทรงยศ สุขมากอนันต์, นิธิวัฒน์ ธราธร, วิทยา ทองอยู่ยง, อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม, วิชชา โกจิ๋ว (กลุ่ม 365 ฟิล์ม)
เขียนบทโดย
อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม, นิธิวัฒน์ ธราธร, ทรงยศ สุขมากอนันต์, คมกฤษ ตรีวิมล, วิทยา ทองอยู่ยง, อมราพร แผ่นดินทอง, วิชชา โกจิ๋ว
ถ่ายภาพโดย
ทรงยศ สุขมากอนันต์
ตัดต่อโดย
นิธิวัฒน์ ธราธร
ดนตรีประกอบ
อมรพงศ์ เมธาคุณวุฒิ
อำนวยการสร้าง
ประเสริฐ วิวัฒนานนท์พงษ์, จิระ มะลิกุล, ยงยุทธ ทองกองทุน
ผู้จัดจำหน่าย
จีเอ็มเอ็ม พิคเจอร์ส, ไท เอ็นเตอร์เทนเมนต์, หับ โห้ หิ้น ฟิล์ม
วันเข้าฉาย
3 ตุลาคม พ.ศ. 2546
ระบบถ่ายทำ
ภาพยนตร์สี เสียงในฟิล์ม 35 มม.
รายได้
137 ล้านบาท (สูงสุดแห่งปี)
ประเทศ
ไทย
ภาษา
ไทย
รางวัลและเกียรติยศ

กวาดรางวัลจากทุกสถาบัน

แฟนฉัน ได้รับการยอมรับจากทุกเวทีการประกวดภาพยนตร์ไทย และได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ไทยที่คนไทยควรดู

รางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 13

  • ผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (นิธิวัฒน์ ธราธร, ทรงยศ สุขมากอนันต์, คมกฤษ ตรีวิมล, วิทยา ทองอยู่ยง, อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม, วิชชา โกจิ๋ว)
  • นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม (เฉลิมพล ทิฆัมพรธีรวงศ์)

รางวัลภาพยนตร์ไทย ชมรมวิจารณ์บันเทิง ครั้งที่ 12

  • นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม (เฉลิมพล ทิฆัมพรธีรวงศ์)

สตาร์ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ อวอร์ด 2003

  • ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
  • นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม (เฉลิมพล ทิฆัมพรธีรวงศ์)
  • ผู้กำกับการแสดงยอดเยี่ยม (นิธิวัฒน์ ธราธร, ทรงยศ สุขมากอนันต์, คมกฤษ ตรีวิมล, วิทยา ทองอยู่ยง, อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม, วิชชา โกจิ๋ว)
  • บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (นิธิวัฒน์ ธราธร, ทรงยศ สุขมากอนันต์, คมกฤษ ตรีวิมล, วิทยา ทองอยู่ยง, อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม, วิชชา โกจิ๋ว, อมราพร แผ่นดินทอง)
  • ถ่ายภาพยอดเยี่ยม (ทรงยศ สุขมากอนันต์)

Starpics Thai Film Awards ครั้งที่ 1

  • นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม (เฉลิมพล ทิฆัมพรธีรวงศ์)
  • ภาพยนตร์ยอดนิยม
มรดกและผลกระทบ

จุดกำเนิด GTH และภาพยนตร์ที่อยู่ในใจคนไทย

มรดกภาพยนตร์ของชาติ

ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภาพยนตร์ของชาติ ครั้งที่ 4 (พ.ศ. 2557) โดยหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน)

จุดกำเนิด GTH

ความสำเร็จของแฟนฉันทำให้ 3 บริษัท (แกรมมี่, ไท, หับโห้หิ้น) ร่วมกันก่อตั้ง GTH ในปี 2547

70 สุดยอดภาพยนตร์ไทย

คัดเลือกให้เป็น 1 ใน 70 สุดยอดภาพยนตร์ไทยในสมัยรัชกาลที่ 9 และ 1 ใน 100 ภาพยนตร์ไทยที่คนไทยควรดู

ฉายทั่วโลก

ได้ไปฉายในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติที่กรุงเบอร์ลิน เยอรมนี, เซี่ยงไฮ้ จีน และสิงคโปร์

🎞️ 2023 — ครบรอบ 20 ปี แฟนฉัน

ในปี พ.ศ. 2566 ภาพยนตร์กลับมาเข้าฉายในโรงภาพยนตร์อีกครั้งในเวอร์ชัน REMASTERED ภาพสวยคมชัดระดับ 4K เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 20 ปีของภาพยนตร์

เกร็ดน่ารู้

เรื่องราวเบื้องหลังภาพยนตร์

ภาพยนตร์เรื่องแรกที่เกิดจากการร่วมทุน 3 บริษัท

แฟนฉันเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่เกิดจากการร่วมทุนของ จีเอ็มเอ็ม พิคเจอร์ส, ไท เอ็นเตอร์เทนเมนต์ และ หับโห้หิ้น ฟิล์ม ซึ่งหลังจากความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่องนี้ ทั้ง 3 บริษัทได้รวมตัวกันก่อตั้งเป็น GTH ในปีถัดมา

ดัดแปลงจากเรื่องจริงของ 1 ในผู้กำกับ

เรื่องราวดัดแปลงมาจากบทความ "อยากบอกเธอ...รักครั้งแรก" ของ วิทยา ทองอยู่ยง (บอล) หนึ่งในทีมผู้กำกับ ที่เขียนจากประสบการณ์วัยเด็กของตัวเองลงในเว็บไซต์ GDH ต่อมา วิสูตร พูลวรลักษณ์ ได้ชักชวนให้มาทำเป็นภาพยนตร์

ทีมผู้กำกับ 6 คน จากรั้วจุฬาฯ (กลุ่ม 365 ฟิล์ม)

ผู้กำกับทั้ง 6 คน (ต้น-นิธิวัฒน์, ย้ง-ทรงยศ, เอส-คมกฤษ, บอล-วิทยา, ปิ๊ง-อดิสรณ์, และ วิชชา โกจิ๋ว) เป็นเพื่อนร่วมรุ่นจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รุ่น 29 ภายใต้กลุ่ม "365 ฟิล์ม" โดยมี จิระ มะลิกุล, ยงยุทธ ทองกองทุน และ ประเสริฐ วิวัฒนานนท์พงษ์ เป็นโปรดิวเซอร์

ทีมเขียนบทร่วม 7 คน

นอกจากผู้กำกับ 6 คนแล้ว ยังมี อมราพร แผ่นดินทอง มาร่วมเขียนบทด้วย ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้มีผู้เขียนบทมากถึง 7 คน

แจ๊คกับบอล — เพื่อนบ้านกันจริง

เฉลิมพล (แจ๊ค) และ วิทยา ทองอยู่ยง (บอล) มีบ้านอยู่ในละแวกเดียวกัน เวลาไปเยี่ยมบ้าน บอลมักจะคุ้นหน้าคุ้นตา ทำให้ได้แรงบันดาลใจในการเขียนคาแรคเตอร์ของ แจ๊ค ขึ้นมาเฉพาะสำหรับ เฉลิมพล

20 เพลงในตำนานจากยุค 80

ภาพยนตร์ประกอบด้วยเพลงที่อยู่ในความทรงจำของคนฟังเพลงยุค 80 มากถึง 19-20 เพลง ของศิลปินชื่อดัง เช่น สาว สาว สาว, วงชาติ, วงเพื่อน, 18 กะรัต, รอยัลสไปรท์, ฮอตเปปเปอร์ซิงเกอร์, วงโอเวชั่น, แหวน ฐิติมา สุตสุนทร และเพลงพิเศษจาก ปาล์มมี่

ทำรายได้สูงสุดแห่งปี 137 ล้านบาท

ภาพยนตร์เข้าฉายพร้อมกับ Finding Nemo และสามารถทำรายได้สูงสุดในปีนั้นด้วยมูลค่า 137 ล้านบาท เอาชนะไปได้อย่างขาดลอย และไปฉายในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติทั้งเบอร์ลิน เซี่ยงไฮ้ และสิงคโปร์

แหล่งข้อมูลอื่น